ยโสธร-ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในการทำเกษตรอินทรีย์

          จังหวัดยโสธรได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้พลังงานทดแทนในการทำเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทำให้เกิดความยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง

 

          นายธนกร  สอนอาจ พลังงานจังหวัดยโสธร นำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถียโสธร ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารยโสธร อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งสำนักงานพลังงานจังหวัดยโสธร ได้ให้การสนับสนุนติดตั้งเทคโนโลยีพลังงานทดแทน จำนวน 4 ชนิด ประกอบด้วย กังหันลมสูบน้ำ จำนวน 4 ตัว เพื่อใช้สูบน้ำผิวดินขึ้นแปลงปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา 1 ระบบ ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 1 โรง ที่ใช้สำหรับอบแห้งผลิตภัณฑ์และสินค้าทางการเกษตร และระบบสูบน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์อีก 1 ระบบ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจได้เข้าไปเรียนรู้และเห็นประโยชน์เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีพลังงานมาช่วยลดต้นทุนในการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตร ให้สมกับวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดยโสธร ยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์ เมืองแห่งวิถีอีสาน โดยนโยบายของจังหวัดยโสธรได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเกษตรอินทรีย์ โดยเกษตรกรมีการรวมกลุ่มพัฒนากระบวนการผลิตในวิถีเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตได้รับการรับรองมาตรฐานทำให้จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดต้นแบบการทำเกษตรอินทรีย์ของประเทศโดยวางเป้าหมายให้จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดต้นแบบเกษตรอินทรีย์ของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์และมีเป้าหมายขยายพื้นที่ผลิตเกษตรอินทรีย์เป็น 1 แสนไร่ ภายในปี 2561 ตามยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์วิถียโสธร 2559-2561 และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายโดยมีกลุ่มเกษตรอินทรีย์เดิมเข้มแข็ง วิสัยทัศน์จังหวัด ปราชญ์เกษตรอินทรีย์ต้นแบบ การร่วมบูรณาการจากทุกภาคส่วนเป็นหนึ่งเดียว การสนับสนุนงบประมาณด้านเกษตรอินทรีย์ที่เพียงพอ และนำหลักการตลาดนำการผลิตมาใช้ เพื่อสร้างจุดขาย ขยายตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่ม การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร ผ่านการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความหลากหลายและยั่งยืนอย่างแท้จริง

                  นอกจากนี้แล้วสำนักงานพลังงานจังหวัดยโสธรยังได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ซึ่งสามารถผลิตได้เองในครัวเรือนเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อก๊าชหุงต้ม ทำให้เกิดการประหยัดพลังงานและมีการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนให้กับครัวเรือนในพื้นที่ จึงได้สนับสนุนจัดหาบ่อแก๊สชีวภาพแบบถุงพีวีชี ขนาด 4 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีความเหมาะสมกับปริมาณการเลี้ยงสัตว์โดยเฉลี่ยของแต่ละครัวเรือนเพื่อใช้ผลิตแก๊สชีวภาพ ซึ่งเกษตรกรที่ต้องการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ใช้เองเพียงสมทบทุน 30 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถมีบ่อผลิตแก๊สชีวภาพเป็นของตัวเอง

                         โดยในขณะนี้มีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดยโสธร จำนวน 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุดชุม 28 ครัวเรือน อำเภอทรายมูล 12 ครัวเรือน อำเภอป่าติ้ว 26 ครัวเรือน อำเภอเลิงนกทา 5 ครัวเรือน อำเภอค้อวัง 5 ครัวเรือน และอำเภอเมืองยโสธร 4 ครัวเรือน

แสดงความคิดเห็น