กาฬสินธุ์-พัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการปกครองวัด

วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.กาฬสินธุ์) ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) จัดโครงการส่งเสริมศีลธรรมและธรรมาภิบาลในองค์กร เพื่อเพิ่มทักษะและวิธีการบริหารจัดการวัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วันที่ 23 กันยายน 2561 ที่ห้องประชุมวิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.กาฬสินธุ์) พระครูสุธีวรสาร (ดร.) ผู้อำนวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.กาฬสินธุ์) เป็นประธานโครงการส่งเสริมศีลธรรมและธรรมาภิบาลในองค์กร โดยมีพระครูสุธีจริยวัฒน์ (ดร.) รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จ.ขอนแก่น  พระมหาสุภชัย สุภกิจโจ ผู้อำนวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จ.ขอนแก่น  พระครูปลัดสมัย ผาสุโก (ดร.) ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ วิทยาลัยศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จ.ขอนแก่น เป็นวิทยากร และมีคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) จำนวน 300 รูป ร่วมโครงการ

พระครูสุธีวรสาร (ดร.) ผู้อำนวยการ มมร.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย โดยมีวัดหรือศาสนสถาน เป็นศูนย์รวมในการประกอบศาสนกิจ เป็นศูนย์กลางในการจัดงานประเพณี วัดจึงเป็นทั้งศูนย์รวมใจและการประกอบกิจกรรม รวมทั้งเป็นสถานที่กล่อมเกลาจิตใจ บ่มเพาะคุณธรรม จริยธรรม และถ่ายทอดวิชาการต่างๆมาตั้งแต่สมัยโบราณ วัดจึงได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนแห่งแรก โดยมีพระเป็นครูคนแรกเช่นกัน

พระครูสุธีวรสาร (ดร.) กล่าวอีกว่า จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ประชากรเพิ่มมากขึ้น เกิดการขยายตัวของเมือง มีสถาบันการศึกษาต่างๆเกิดขึ้นมากมาย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้เรียน ที่ต้องการศึกษาหาความรู้ตามที่ตนถนัด ขณะเดียวกันวัดซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรก ก็ได้มีการพัฒนาและยกระดับการศึกษา อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ  เช่น เปิดเรียนพระพุทธศาสนาวันเสาร์-อาทิตย์  เปิดโรงเรียนปริยัติธรรม หรือให้มีการศึกษาตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน คือระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จนถึงระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก เป็นต้น

ทั้งนี้ ในกระบวนการจัดการศึกษา ซึ่งพบว่ามีการสอน การเรียนรวมทั้งพระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษาทั่วไป ในขณะที่บทบาทของพระก็ไม่ได้ลดน้อยลง ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของพระพุทธศาสนา ในฐานะพุทธทายาท เป็นผู้นำในการประกอบพิธีทางศาสนา เป็นสื่อกลางในการเชื่อมประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตลอดจนเป็นอาจารย์ เป็นพระวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ประชาชน ผู้เรียน นักเรียน นักศึกษาอีกด้วย

“พระสงฆ์ นอกจากจะทำหน้าที่ ในการขัดเกลากิเลสตนเอง ศึกษาไตรสิกขาให้ถ่องแท้แล้ว ยังต้องทำหน้าที่เพื่อชุมชนและสังคมอีกด้วย เพราะพระสงฆ์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชุมชนทั้งด้านความเป็นอยู่ และความช่วยเหลือร่วมมือต่างๆ ที่เชื่อมโยงระหว่าง วัด บ้าน โรงเรียน ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าพระสงฆ์ โดยเฉพาะพระสังฆาธิการ หรือพระภิกษุผู้มีตำแหน่งในการปกครอง เป็นผู้มีจริยวัตรงดงาม มีทักษะและวิธีการ ในการบริหารจัดการวัดที่มีประสิทธิภาพ ย่อมนำชุมชนไปสู่ความปรองดองและเกิดสันติสุขในสังคม”

พระครูสุธีวรสาร (ดร.) กล่าวอีกเพิ่มเติมว่า ด้วยความสำคัญของวัด และพระภิษุสงฆ์ อาทิ พระสังฆาธิการดังกล่าว มมร.กาฬสินธุ์ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมศีลธรรมและธรรมาภิบาลในองค์กร หรือให้การอบรมพระผู้นำชุมชนหรือพระสังฆาธิการ (ธรรมยุต) ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ จากวัดต่างๆจำนวน 300 รูป กิจกรรมมีรับฟังบรรยายเรื่องบุคลากรทางการศึกษากับการทำงานในศตวรรษที่ 21 โดยพระครูสุธีจริยวัฒน์ (ดร.) รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จ.ขอนแก่น, รับฟังบรรยายแนวทางการประชาสัมพันธ์และการให้บริการวิชาการแก่สังคม โดยพระครูปลัดสมัย ผาสุโก (ดร.) ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ วิทยาลัยศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จ.ขอนแก่น และบรรยายเรื่องทักษะ เทคนิคการสอนและการเรียนรู้ในทศวรรษที่ 21  โดยพระมหาสุภชัย สุภกิจโจ ผู้อำนวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มทักษะและวิธีการบริหารจัดการวัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้บริการวิชาการทางพระพุทธศาสนาแก่พระสังฆาธิการ และประชาสัมพันธกิจ และบทบาทหน้าที่ของวิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.กาฬสินธุ์)

แสดงความคิดเห็น