รมว.แรงงานร่วมเปิดงานเทศกาลแปลกกินต่อหัวเสือ สร้างอาชีพ หนุนส่งออก

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน    เป็นประธานในงานเทศกาลกินต่อหัวเสือ ประจำปี 2561 จัดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลปลาปาก  อ.ปลาปาก จ.นครพนม  ซึ่งจัดสืบทอดมาเป็น ครั้งที่ 6 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว  สืบสานอาชีพวิถีชีวิต ตามภูมิในปัญญาท้องถิ่น เกี่ยวกับการเลี้ยงต่อหัวเสือสร้างรายได้ เนื่องจากชาว บ้าน ในพื้นที่ ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก มีการทำอาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือมานานกว่า 30 ปี  ซึ่งจะเริ่มจากการเลี้ยงตามวิถีภูมิปัญญาชาวบ้าน ในช่วงต้นฤดูฝนจะมีการออกไปล่า นำต่อหัวเสือ มาเลี้ยง ไว้ตามไร่สวน  และปล่อยให้มีการเติบโตตามธรรมชาติ ใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน เพื่อรังต่อโตเต็มที่ปรุงเป็นอาหาร    จะมีการนำตัวต่อ และลูกต่อ นำไปขาย  สร้างรายได้  เพื่อนำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดสารพัดเมนู   ทั้ง แกง ต้ม นึ่ง ผัดทอด ยำ หมก ตามความชอบ  จนกระทั่งมีการต่อยอดพัฒนามา เป็นอาชีพสร้างรายได้เสริม ให้กับชาวบ้าน เดือนละหลายหมื่นบาท  จนกระทั่งมีการร่วมกัน ต่อยอดพัฒนา จัดงานเทศกาลกินต่อหัวเสือขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชำ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จัก ของประชาชน นักท่องเที่ยว ได้มาเที่ยวชมศึกษา  และชิมเมนูเด็ดจากตัวต่อหัวเสือ โดยในครั้งนี้ มีนายธวัชชัย  เที่ยงแท้ ปลัดจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายปรีชาพงศ์  ทองมี นายอำเภอปลาปาก นายสง่า แสงแก้ว  นายก อบต.ปลาปาก นำ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน และประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม การจัดงาน ยิ่งใหญ่

สำหรับกิจกรรมในการ จะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ชาว อ.ปลาปาก จ.นครพนม รวมไปถึงการจัดนิทรรศการส่งเสริมอาชีพ ให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงต่อหัวเสือ และความรู้เกี่ยวกับวัฏจักรของต่อหัวเสือ การดูแลป้องกันอันตรายจากต่อหัวเสือ ส่วนไฮไลน์  ของการจัดการ จะเป็นการ ประกวดการปรุงเมนูเด็ด จากตัวต่อ ลูกต่อ อาทิ  คั่วต่อ หมกต่อ แกงต่อ ผัดต่อ ห่อหมกลูกต่อ ยำต่อ   ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว  ได้ชิมรสชาติตัวต่อหัวเสือ ว่าสามารถปรุงเมนูได้หลากหลายชนิด  และสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดี เพราะเป็นเมนูที่นิยมรับประทาน หายาก บวกกับมีความเชื่อว่า เป็นเมนูช่วยชูกำลังเพศชาย อีกด้วย ซึ่งจะมีราคาซื่อขายตกกิโลกรัมละประมาณ 1,500 บาท   หากมีการนำมาปรุงเป็นเมนู จะเพิ่มมูลค่า จานละ 250 – 300  บาท ทุกปี ในช่วงเทศกาลงานออกพรรา จะเป็นช่วงต่อโตเต็มที่  ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้ ครอบครัวละ 20,000 – 30,000 บาท

นายสง่า แสงแก้ว  นายก อบต.ปลาปาก เปิดเผยว่า สำหรับ อาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือ  หลายคนมองว่า เป็นอาชีพเสี่ยง เพราะต่อหัวเสืออันตรายมากต่อยถึงตายได้ แต่ชาวบ้านปลาปาก เรียนรู้อยู่กับต่อมานาน มองว่า เป็นอาชีพสร้างรายได้ เสริมเป็นอย่างดี โดยมีการพัฒนาต่อยอด เพิ่มฐานการเลี้ยงมากขึ้น ถือว่าเป็นอาชีพต้นทุนต่ำ เพราะหารังจากธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่เดือน เมษายน – พฤษภาคม  ซึ่งจะมีการหารังต่อตามธรรมชาติมาเลี้ยงไว้หัวไร่ปลายนา ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 3-4 เดือน  พอต่อโตเต็มที่จะใช้วิธีการเอาลูกต่อ หรือตัวอ่อนแม่ต่อ มาขาย ไปปรุงอาหาร ถือว่าได้ราคาดี  เฉลี่ยรังละประมาณ 1,500 – 2,000 บาท  บางครอบครัวสร้างรายได้ปีละครึ่งแสน  ซึ่งทาง อบต.ปลาปาก ได้พยายามส่งเสริมสนับสนุนต่อเนื่อง  ทั้งเรื่องอาชีพ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว  นอกจากนี้ยังมีการคิดค้นวิธีล้วงรังต่อโยไม่เผา  และสามารถเก็บลูกต่อได้สองรอบ  ส่วนอนาคต มีการวางแผนพัฒนา ที่จะต่อยอด เพิ่มมูลค่าการผลิตทั้งเมนูให้หลากหลายมากขึ้น  ที่สำคัญได้ตั้งเป้าที่จะมีการวางแผนทำตัวต่ออัดกระป๋องส่งออกขายต่างประเทศเชื่อว่าจะเพิ่มมูลค่าได้อย่างดี

พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจและชื่นชม การจัดงานของ อบต.ปลาปาก รวมถึงทุกภาคส่วน ในการส่งเสริม พัฒนา อาชีพแปลกเลี้ยงต่อหัวเสือมาหลายปี  จนถือว่าประสบความสำเร็จ และสร้างงานสร้างรายได้ ให้กับชุมชนเป็นอย่างดี  และพร้อมที่จะสนับสนุน ให้มีการพัฒนาต่อเนื่อง  เพราะเชื่อว่าหากหลายอำเภอ ชุมชน นำสินค้าเกษตร อาชีพชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพัฒนาต่อยอด สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ที่จะเป็นการสนองนโยบายรัฐบาล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เมืองเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากนครพนม ปัจจุบันถือว่า เป็นเมือง เศรษฐกิจท่องเที่ยว ที่มีความเจริญทุกด้าน มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมามากขึ้น  นอกจากนี้ทางรัฐบาล ยังได้ สนับสนุน ในการจัดสรรงบประมาณ พัฒนาด้านการท่องเที่ยว เส้นทางคมนาคม ต่อไป จะมีรถไฟรางคู่ ส่วนภูมิทัศน์ริมโขง จะเป็นเส้นทางจักรยานที่ยาว และสวยงามที่สุดของประเทศไทย  ที่สำคัญจะมีการส่งเสริมสนับสนุนด้านแรงงาน ให้ชาวบ้านมีอาชีพ ที่มั่นคงมากขึ้น  และเชื่อว่าในอนาคต นครพนม จะเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดน ที่ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจะเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่สำคัญของอีสาน ซึ่งจะต้องมีการต่อยอดพัฒนาอาชีพชุมชน ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ อบต.ปลาปาก ถือเป็นความสำเร็จของท้องถิ่น และถือเป็นเรื่องดีจะมีการเพิ่มมูลค่า ในการผลิตเป็นเมนูส่งออก ในอนาคต

แสดงความคิดเห็น