เลย-นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมประชาชนพื้นที่จังหวัดเลย

 นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเดินทางตรวจราชการพื้นที่จังหวัดเลยเน้นการพัฒนาร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชนและประชาชน ทั้งการเกษตรสร้างมูลค่ากับสินค้า  การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวจังหวัดเลย

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 17 ก.ย.61  พล.อ.ประยุทธ   จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีเดินทางด้วยเครื่องบินลงที่ท่าอากาศยานเลย เพื่อตรวจการพัฒนาและความต้องการของท่าอากาศยานเลย มีนายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  บรรยายพิเศษ  จากนั้นเดินทางไปที่หอประชุมขุมทองวิไล  มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย   มีกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ 1,600 คน และข้าราชการ ประชาชนร่วมนับพันคน   โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การต้อนรับ

 เมื่อเดินทางถึงนายกรัฐมนตรี- นายกรัฐมนตรี พบประชาชน ณ หน้าหอประชุมขุมทองวิไล มี นายพรชัย ถมกระจ่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผบ.มทบ.28, พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริผบก.ภ.จว.เลย รศ.ดร.เชาว์ อินใย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย รายงานตัว

 นายกรัฐมนตรีเดินเข้าไปภายในหอประชุมขุมทองวิไล ชม VTR “สร้างไทยไปด้วยกันเลย” และการขับร้องเพลงคอรัสก้าวไทยไปด้วยกัน” จากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเลย  รับชมการขับร้องเพลง มากกว่ารัก” โดยแพทย์หญิงพิยะดา หาชัยภูมิ  ด.ญ.เกสรา  เดชศิริขจร  และ ด.ญ.ชุตินันท์  ศรีจำปา โดยมี นายฐานชน  จันทร์เรือง บรรเลงขลุ่ย จากนั้น ด.ญ.เกสรา  เดชศิริขจร และด.ญ.ชุตินันท์  ศรีจำปา มอบภาพวาด แด่นายกรัฐมนตรี

   ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวต้อนรับ และเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดถนน 4 เลน หมายเลข 201 ตอน เลย – เชียงคาน เป็นของขวัญแก่ประชาชน  ต่อมานายกรัฐมนตรีเป็นประธานสักขีพยานในโอกาสรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมอบหนังสือแสดงการเข้าร่วมโครงการป่าชุมชนให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด (บึงกาฬเลย,  หนองคายหนองบัวลำภู และอุดรธานี) 

 พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  รัฐบาลที่ความพร้อมที่จะเดินหน้าพัฒนาประเทศในทุกด้าน และให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนในทุกภูมิภาค ซึ่งทางรัฐบาลมีความพยามที่จะพัฒนาในหลายๆด้าน อาทิ การท่องเที่ยว การเกษตร เศรษฐกิจ การเกษตร การคมนาคม ซึ่งในส่วนการคมนาคมของ

จ.เลยได้มีการขยายถนน 4 เลน และการพัฒนาท่าอากาศยานเลย เป็นของขวัญให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าจะมีพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความความเชื่อมโยงกันทุกภูมิภาค นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาในหลายๆด้าน อาทิ ปัญหายาเสพติด การทุจริต การค้ามนุษย์ เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกพื้นที่ โดยพี่น้องประชาชนต้องร่วมมือกันเพราะรัฐบาลไม่สามารถทำฝ่ายเดียวได้ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้

 นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในทุกด้านซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานราชการทั่วประเทศได้มีข้อมูลพร้อมสนับสนุนประชาชนอยู่แล้ว  โดยเฉพาะด้านการเกษตร ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนในทุกด้าน แต่เกษตรกรจะต้องดูด้านการตลาด ราคาผลผลิตให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ผลผลิตล้นตลาด หรือทำการเกษตรที่หลากหลายในพื้นที่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  รวมถึงมีการพัฒนาผลผลิต อาทิ เกษตรอินทรีย์ สร้างจุดเด่นให้กับผลิต เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้า และต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยการปลูกพืชบนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ พร้อมกันนี้รัฐบาลพร้อมเปิดช่องทางการตลาดเพิ่มผลผลิตการเกษตรให้สูงขึ้น

 ส่วนโครงการไทยนิยมยั่งยืน เป็นโครงการที่รัฐบาลนำมาสู่พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ เพื่อพัฒนาแต่ละพื้นที่ให้ดีขึ้น ถึงแต่ถึงแม้ว่างบประมาณจะเล็กน้อย แต่ถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการจุดประกายให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกันพัฒนาประเทศของเราให้ดีขึ้น รวมถึงชุมชนจะต้องมองหาจุดเด่นของตนเอง เพื่อนำมาพัฒนาและเป็นการดึงดูดรายได้เข้าสู่ชุมชนด้วย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังมีเงินสำรองมากเพียงพอในการนำมาพัฒนาประเทศ แต่การใช้งบประมาณต้องเป็นไปตามกรอบของพระราชบัญญัติการเงินการคลังจึงอยากให้ประชาชนเข้าใจ ขณะที่ การอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับป่า ก็เป็นอีกเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ขณะนี้รัฐบาลได้มีโครงการป่าชุมชน มีกฎหมายเข้ามารองรับเพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้หาของป่าได้ โดยไม่กระทำการผิดกฎหมาย และประชาชนจะต้องมีการฟื้นฟู ปลูกป่า เพื่อไม่ให้ป่าไม้หมดไปจากประเทศ

 ทั้งนี้อยากให้ประชาชนทุกคนเตรียมตัวเข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งจะมีเทคโนโลยีความทันสมัยเข้ามาในชีวิตประจำวันมากขึ้นแล้วอย่ากลัวที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลกำลังพยายามทำในสิ่งที่ดีกว่าเดิมในยามท้อแท้ก็นึกถึงประชาชน 

 ภายหลังพูดคุยกับพี่น้องประชาชนนายกรัฐมนตรีได้เดินลงจากเวทีและมาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนด้านล่าง และรับมอบภาพวาดจากนักเรียนโรงเรียนเลยพิทยาคม ก่อนเดินไปชมนิทรรศการ ชมนิทรรศการโครงการไทยนิยม ยั่งยืน , OTOP นวัตวิถีและการท่องเที่ยวชุมชน โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ และโครงการอาหารปลอดภัย

 เวลา 11.00 น.คณะนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยัง อำเภอเชียงคาน มีนายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ ปลัดจังหวัดเลย และนายชัชพงษ์ อาจแก้ว นายอำเภอเชียงคาน โดยมีชาวบ้าน นักเรียน ให้การต้อนรับ โดยนายกฯเยี่ยมชมการจัดการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทางประชารัฐของอำเภอเชียงคาน ณ ถนนคนเดิน วิถีเชียงคาน ซึ่งเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งศิลปะ สถาปัตยกรรม อาคารไม้เก่าแก่นับ 100 ปี ประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญา รวมถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย การบริหารจัดการท่องเที่ยวซึ่งดำเนินการโดยองค์กรชุมชนและกลไกประชารัฐที่เข้มแข็ง จุดที่1 เยี่ยมชมการบริหารจัดการโรงแรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ณ โรงแรมดิโอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล จากนั้นขึ้นรถไฟโบราณไปซอย17  จุดที่ 2 เดินทางถึงซอย  17 ชะลอรถไฟโบราณเพื่อ วิถีชีวิตทางน้ำไทเชียงคานจนมาถึงซอย 16 รถรางจอดเพื่อเยี่ยมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน (รำไทดำ/รำเบิ่งโขง) ผาสารทผึ้งโบราณ ร่วมประทับรอยเท้าบนถนนคนเดินเชียงคานและชมจุด Point View จากนั้นขึ้นรถไฟโบราณไป วัดศรีคุนเมือง   จุดที่ 3 วัดศรีคุนเมือง นายกรัฐมนตรี ร่วมทำต้นหมากเบง เพื่อนำเข้ากราบสักการะ พระใหญ่ พระพุทธรูปภายในพระอุโบสถ ,เข้านมัสการเจ้าคณะอำเภอ ถวายผ้าไตรจตุปัจจัยไทยธรรม พานหมากเบง ชมการบรรเลงดนตรีผู้สูงอายุ ชมการสาธิตผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ของจังหวัดเลย

แสดงความคิดเห็น