ศรีสะเกษ-ชาวบ้านลุกฮือต้านเจ้าอาวาสทำสัญญาซื้อขายไม้พะยูงยักษ์

    เมื่อวันที่  13  กันยายน  2561  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านเวาะ  ตำบลคูซอด  อำเภอเมือง  จังหวัดศรีสะเกษ  ชาวบ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูป่าต้นพะยูง ขนาดใหญ่หลายสิบปี ซึ่งเหลือเพียง 6 ต้น เท่านั้นในชุมชนแห่งนี้ หลังจากชาวบ้านได้ทราบข่าวว่า เจ้าอาวาสวัดบ้านเวาะได้ทำสัญญาซื้อขายไม้พะยูงดังกล่าวในราคา  2 ล้านบาท ให้กับนายทุนโดยมีวางเงินมัดจำแล้ว  50,000 บาท  ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจอย่างมาก ที่การทำธุรกรรมของเจ้าอาวาสในครั้งนี้เพียงลำพัง  จึงได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองศรีสะเกษ ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง  เพราะจากการลงพื้นที่สำรวจต้นพะยูงพบว่ามีการตีตราทำสัญลักษณ์จากสำนักงานป่าไม้จังหวัดศรีสะเกษ แล้ว ซึ่งในวันนี้ ชาวบ้านได้นัดหารือกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองศรีสะเกษ  ตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ  ตัวแทนจากสำนักงานป่าไม้จังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งได้นิมนต์  เจ้าอาวาสวัดบ้านเวาะเข้าให้ชี้แจงด้วย  ภายหลังการหรือระหว่างหน่วยงานและชาวบ้าน โดยได้รับการชี้แจงจาก นายนิตย์  ทวีชื่น  เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ สำนักงานป่าไม้จังหวัดศรีสะเกษ  ได้ความว่า ตนในฐานะเจ้าพนักงาน หลังจากได้รับคำร้องจาก เจ้าของที่คือ เจ้าอาวาส  ซึ่งอ้างอิงจาก โฉนดในที่ดินของวัด และมีการขออนุญาตถูกต้องตามขั้นตอนของกรมป่าไม้ ตามกฏกระทรวง เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตทำไม้หวงห้าม พ.ศ.2560  ระบุว่า ผู้ครอบครองไม้พะยูงในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์  โฉนด หรือ นส.3ก สามารถยื่นคำร้อง เพื่อขอตัดไม้หวงห้ามได้  ซึ่งมี 3 เหตุผล ที่สามารถแจ้งเหตุผลได้คือ  เพื่อการค้า  เพื่อใช้ส่วนตัว และอื่นๆ  การกระทำของเจ้าอาวาสบ้านบ้านเวาะจึงชอบด้วยกฎหมาย

            อย่างไรก็ตามการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำให้ชาวบ้านเริ่มเข้าใจกฎหมายการตัดไม้มากขึ้น แต่ยังมีชาวบ้านติดใจที่การกระทำของเจ้าอาวาส ไปทำสัญญาซื้อขายไม้พะยูง เพียงลำพังโดยไม่ผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน  เพราะชาวบ้านเชื่อว่าหากมีการซื้อขายได้  ต้องได้ราคาที่สูงกว่านี้  ด้านเจ้าอาวาสวัดบ้านเวาะชี้แจงว่า ตนได้สอบถามชาวบ้านบางส่วนแล้วในวันตักบาตรที่วัด แต่ก็เป็นชาวบ้านส่วนน้อยซึ่งในขณะนั้น ก็ไม่มีใครคัดค้านแต่อย่างใด จึงคิดว่าทุกคนในชุมชนเห็นชอบด้วย  ภายหลังหาการชี้แจง  นายสนั่น  โคษา ผู้ใหญ่บ้านบ้านเวาะ  ได้เชิญลูกบ้านทำประชาคมไปพร้อมๆ กัน  และได้ตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านขึ้นมา 1 ชุดเพื่อดำเนินการในเรื่องการซื้อขายไม้พะยูง ให้กับนายทุน  โดยที่ประชาคมตกลงราคาที่  4  ล้านบาท  ซึ่งเงินทั้งหมดหากมีการขายได้ต้องนำเข้าบัญชีวัดทั้งหมด  ส่วนสาเหตุที่ชาวบ้านต้องทำใจยอมขายพะยูงขนาดใหญ่ เสียงส่วนใหญ่บอกว่า หากการดำเนินการขายได้ภายใต้กฎหมายที่ถูกต้อง ก็ต้องยอมขาย เพราะหากปล่อยไว้ ก็ต้องถูกลักขโมยตัดอยู่ดี ทำให้ชาวบ้านจึงประชาคมให้ผ่านและตัดขายในที่สุด

แสดงความคิดเห็น