สุรินทร์-ชาวบ้านร้องโครงการ 9101 เพื่อฟื้นฟูอาชีพเกษตรและอีกหลายโครงการที่ไม่มีการชี้แจง ส่อทุจริต

สุรินทร์-ชาวบ้านร้องโครงการ 9101 เพื่อฟื้นฟูอาชีพเกษตรและอีกหลายโครงการที่ไม่มีการชี้แจง ส่อทุจริต ชาวบ้านพูดเสนออะไรไม่ได้ ทางอำเภอได้ตั้งกรรมการสอบผู้ใหญ่บ้าน แต่ชาวบ้านกลัวเรื่องเงียบแจ้งสื่อเข้าช่วยอีกทาง

วันที่ 11 กันยายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องจาก ประชาชนชาวตำบลหนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ ลงวันที่ 9ก.ย.61 เรื่อง ขอร้องเรียนพฤติกรรมนายไสว ชารัมย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองระฆัง ม.8 ต.หนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ ในเรื่องแสวงหาผลประโยชน์ เพื่อตนเอง และเพื่อนพ้อง จาก โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ปี 2560, โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐ, เงินกองทุนหมู่บ้านหนองระฆัง, เงินฌาปนกิจสงเคราะห์หนองระฆัง และอีกหลายโครงการ และทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ ได้แจ้งมายังนายอำเภอสนม ให้ตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง โดยในวันที่ 10 ก.ย.2561 และให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 12 ก.ย.2561

 โดยมีข้อความระบุว่า  ถึงความเดือดร้อนจากากรปฏิบัติหน้าที่ของนายไสว ชารัมย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองระฆัง โดยปฏิบัติหน้าที่แบบคุมอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งแสดงออกมาถึงความไม่โปร่งใส ส่อไปในทางที่ทุจริต หลายโครงการ ไม่เคยได้ประชาคมหมู่บ้านโดยในการเรียกประชุมชาวบ้านแต่ละครั้งจะเรียกประชุมเฉพาะกลางคืน ชาวบ้านสอบถามโครงการหลายโครงการก็ไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องเงิน ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านจะแสดงออกมาแบบไม่พอใจชาวบ้านหาว่าสร้างความแตกแยก ห้ามถามถ้ามีโครงการเข้ามาหมู่บ้าน จะไม่แจ้งให้ชาวบ้านรู้พร้อมกับไม่มีการประชาคมหมู่บ้านเลยสักครั้ง จะดำเนินการใช้ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือคณะกรรมการที่ตัวเองแต่งตั้งขึ้นออกเดินล่าลายเซ็นกับลูกบ้าน ซึ่งทุกโครงการทางผู้ใหญ่บ้านจะใช้วิธีแบบนี้และจะเข้าไปเกี่ยวข้องทุกโครงการโดยกรรมการทุกคนไม่รู้เรื่องเซ็นอย่างเดียว นอย่างเดียว โดยเฉพาะเรื่องเงิน การจัดซื้อ-จัดจ้างจะทำด้วยตัวเองทั้งหมด  ซึ่งบ่งบอกถึงความไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริต การบริหารงานล้มเหลว คุยใหญ่โตโอ้อวด ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนไม่สนใจ เคยคุยใหญ่โตในที่ประชุมหลายครั้ง

วันนี้(10 ก.ย.2561) ผู้สื่อข่าวได้รุดลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่อำเภอสนม ชาวบ้านหนองระฆัง ต.หนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้เดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ โดยมีชาวบ้านประมาณ 10  คน และจำนวน 4 ราย ต้องเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่สอบสวนหาข้อเท็จจริงโครงการดังกล่าว โดยในการเรียกสอบนั้น เจ้าหน้าที่ได้เรียกเข้าที่ละคน ซึ่งในการเรียกสอบเป็นไปอย่างเรียบร้อย

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านนายไสว ชารัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน พบเพียงบ้านปิดไม่มีใครอยู่ พร้อมกับได้ไปดูโครงการก่อสร้างอาคารสร้างแล้วเสร็จ งบประมาณ 200,000บาท แต่ไม่พบป้ายบอกว่าเป็นโครงการอะไรติดตั้งไว้เลย ได้สอบถามชาวบ้านก็ไม่ทราบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารอะไรรู้แต่งบดังกล่าวเท่านั้น พร้อมกันนี้ได้ไปดูเรื่องปุ๋ยพบเพียงแต่ที่ว่าง สอบถามทราบว่าทางผู้ใหญ่ได้จัดซื้อไปเรียบร้อยแล้วแต่ชาวบ้านได้เป็นบางคนได้ไม่ครบ

นายพงศ์เทพ คดง้วน อายุ 30 ปี แกนนำชาวบ้าน เป็นชาวบ้านหนองระฆัง ต.หนอระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ ได้กล่าวว่า ดทางอำเภอได้ตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ซึ่งในวันนี้ได้นำชาวบ้านมาให้สอบ ก็มีอยู่ 4 รายที่มาให้สอบ โดยการสอบหาข้อเท็จจริงนั้นก็มีอยู่ 4 ข้อ คือ โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ปี 2560, โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐ, เงินกองทุนหมู่บ้านหนองระฆัง, เงินฌาปนกิจสงเคราะห์หนองระฆัง และอีกหลายโครงการ โดยโครงการที่กล่าวมาผู้ใหญ่ไม่เคยมีการประชุมประชาคมหรือชี้แจงโครงการหลาย ๆ โครงการเลย ถ้าชาวบ้านสอบถามโครงการหลายโครงการก็ไม่ได้ ถ้าเรื่องเงินที่ได้จากโครงการผู้ใหญ่บ้านก็จะแสดงออกมาแบบไม่พอใจชาวบ้าน ผู้ใหญ่จะบอกห้ามถามถ้ามีโครงการเข้ามาหมู่บ้าน ก็จะไม่แจ้งให้ชาวบ้านรู้พร้อมก็ไม่มีการประชาคมหมู่บ้านเลยสักครั้ง จะดำเนินการใช้ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือคณะกรรมการที่ตัวเองแต่งตั้งขึ้น  ออกเดินล่าลายเซ็นกับลูกบ้าน ซึ่งทุกโครงการทางผู้ใหญ่บ้านจะใช้วิธีแบบนี้และจะเข้าไปเกี่ยวข้องทุกโครงการโดยกรรมการทุกคนไม่รู้เรื่องเซ็นอย่างเดียว นอย่างเดียว โดยเฉพาะเรื่องเงิน ในส่วนการจัดซื้อ-จัดจ้างผู้ใหญ่จะดำเนินด้วยตัวเองทั้งหมด  ซึ่งการบริหารนั้นไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริต การบริหารงานล้มเหลว ผู้ใหญ่จะคุยใหญ่โตโอ้อวด เคยคุยใหญ่โตในที่ประชุมหลายครั้ง โดยตนอยากให้ทางผู้ใหญ่ลาออกไปซะเพราะบริหารล้มเหลว และเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านใหม่อีกครั้ง ตนจึงได้เรียกร้องมาทางสื่อมวลชน ให้เข้ามาช่วยสังเกตุการณ์ พร้อมกับเป็นกระบอกเสียงอีกทาง เพราะว่าทางชาวบ้านกลัวเรื่องจะเงียบไป โดยตนพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติม เบอร์โทรของตน 090-1854601

นางอุลัยวรรณ โสมนัส อายุ 40 ปี ชาวบ้านหนองระฆัง กล่าวว่า ตนทนพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่โครงการ ตจ มาแล้วยังมีอีกหลายโครงการ จึงได้รวมตัวกันร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ และได้การตอบรับจากอำเภอสนม ที่ได้เรียกพวกตนมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง แต่ทางตนนั้นกลัวว่าพอสอบไปแล้วเรื่องจะเงียบหายไป จึงได้ร้องมายังสืออีกทางหนึ่ง ซึ่งตนอยากให้ทางผู้ใหญ่บ้านลาออกก่อนที่ในการสอบสวนในเรื่องดังกล่าวจะแดงออกมาซะก่อน

นายบุญเวิน หงส์มืด อายุ 67 ปี ชาวบ้านหนองระฆัง กล่าวว่า เรื่องโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ปี 2560 ทำโครงการไปก็ไม่เห็นเงินและก็ไม่ชี้แจงอะไรเลย จนมาถึงหลาย ๆ โครงการก็ยังเหมือนเดิม ตนนั้นสุดจะทนกับผู้ใหญ่บ้านคนนี้มาก ตนอยากให้ผู้ใหญ่ลาออกไปและรับเลือกตั้งขึ้นมาใหม่

นายบุญเลียง ศรีจันทร์ อายุ 66 ปี ชาวบ้านหนองระฆัง กล่าวว่า ผู้ใหญ่บ้านดังกล่าวนั้น ได้จัดทำโครงการก็จะดำเนินการใช้ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือคณะกรรมการที่ตัวเองแต่งตั้งขึ้นออกเดินล่าลายเซ็นกับลูกบ้าน ซึ่งทุกโครงการทางผู้ใหญ่บ้านจะใช้วิธีแบบนี้และจะเข้าไปเกี่ยวข้องทุกโครงการโดยกรรมการทุกคนไม่รู้เรื่องเซ็นอย่างเดียว นอย่างเดียว โดยเฉพาะเรื่องเงิน การจัดซื้อ-จัดจ้างจะทำด้วยตัวเองทั้งหมด  ซึ่งบ่งบอกถึงความไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริต การบริหารงานล้มเหลว คุยใหญ่โตโอ้อวด ชาวบ้านถามอะไรก็ไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ตนสงสัยในเรื่องเงินและเรื่องโครงการต่าง ๆ ที่ทางผู้ใหญ่บ้านบริหารว่าเงินหายไปใหน ตนว่าถ้าบริหารล้มเหลวก็ควรจะลาออกไปและเลือกตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อหาผู้ใหญ่ที่บริหารดีและเอาใจใส่กับชาวบ้านได้อีกด้วย

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ขอพบนายอำเภอสนม เพื่อจะสอบถามเรื่องดังกล่าว ทราบว่าหน้าห้องนายอำเภอแจ้งว่าท่านไม่สบายต้องผ่าตัดไหล่หลุด จึงไม่ได้สอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ทางนายบุญเลี้ยง เรียมทอง ปลัดอำเภอสนม แจ้งว่าทางนายอำเภอได้รับหนังสือจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว โดยวันนี้ทางอำเภอได้เรียกทางชาวบ้านผู้ร้องได้ให้เข้ามาให้ข้อมูลในการสอบสวน ซึ่งจะสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 ก.ย.2561 โดยจะส่งผลการสอบสวนหาข้อเท็จจริงส่งกลับไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์อีกครั้ง ตอนนี้ก็อยู่ในขบวนการสอบสวนอยู่ ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด ทางอำเภอสนมเองก็ต้องต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอีกด้วย

แสดงความคิดเห็น