กาฬสินธุ์-พัฒนาศักยภาพการแพทย์ฉุกเฉินเขตสุขภาพที่ 7

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานการแพทย์ฉุกเฉินเขตสุขภาพที่ 7  เพื่อเพิ่มศักยภาพและองค์ความรู้ของผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในเขตสุขภาพที่ 7 ให้สามารถดำเนินงานและพัฒนาการบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉินได้ทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ

                เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 ที่ห้องประชุมทศพร โรงแรมริมปาว จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานการแพทย์ฉุกเฉินเขตสุขภาพที่ 7  ซึ่งสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ร่วมกันภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ของปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้สามารถดำเนินงานและพัฒนาการบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉินได้ทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ โดยมีผู้รับผิดชอบงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในเขตสุภาพที่ 7 (ร้อย แก่น สาร สินธุ์) ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และหน่วยงานสาธารณสุขเจ้าร่วมจำนวน 350 คน

                ทั้งนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมการมอบรางวัลบุคคลต้นแบบในการพัฒนางานการแพทย์ฉุกเฉิน จ.กาฬสินธุ์ รางวัลทีมผู้ก่อการดีที่ผ่านกานประเมินรับรองทีมผู้ก่อการดีระดับเขต ปี 2561 ทั้งผู้ก่อการดีป้องกันการจมน้ำของทีมผู้ก่อการดีไปนำแน ระดับทอง ทีมผู้ก่อการดีป้องกันการจมน้ำผู้ก่อการดีเทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ ระดับเงิน รางวัลอำเภอที่ผ่านการประเมิน RTI ระดับเขตสุขภาพที่ 7 ใบประกาศเกียรติคุณการดำเนินการตำบลต้นแบบการจัดการสุขภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในพื้นที่เสี่ยง

                นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้พัฒนาขึ้นด้วยเหตุผลเพื่อลดอัตราการตาย การทุกข์ทรมาน และการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย อันเกิดจากความล่าช้าในการดูแลรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน และการลำเลียงเคลื่อนย้ายไม่ถูกวิธี รวมถึงการนำส่งสถานพยาบาลที่ไม่เหมาะสม โดยจัดการระบบรับแจ้งเหตุที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย คือหมายเลข 1669 ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย รวมทั้งแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของภัยพิบัติและการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ส่งผลให้การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นสิ่งที่สำคัญและต้องมีการปรับตัว โดยการดำเนินงานการแพทย์ฉุกเฉินนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายด้วยการบูรณาการ ซึ่งการงานให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งด้านการปฏิบัติ การบริหารจัดการและวิชาการ เพื่อนำไปสู่การบริหารการแพทย์ฉุกเฉินที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มด้วยโอกาสในสังคม ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือชาวต่างชาติภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรฐาน ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบเฉพาะ เพื่อให้มีปฏิบัติการฉุกเฉินถูกวิธี ทันท่วงที สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ให้สูญเสียชีวิตและลดความพิการลงได้

                ดังนั้นกิจกรรมครั้งนี้เป็นการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ของผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในเขตสุขภาพที่ 7 ให้สามารถดำเนินงานและพัฒนาการบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉินได้ทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ ตลอดจนเป็นการกระตุ้นและติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ให้สามารถปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น