ศรีสะเกษ-เภสัชชี้พ.ร.บ.ยาสร้างปัญหาสุขภาพให้ประชาชน

เภสัชกรที่ทำการจ่ายยาให้แก่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดศรีสะเกษ ระบุชัด พ.ร.บ.ที่จะออกมา นับว่าสร้างปัญหาในเรื่องความปลอดภัยให้กับประชาชนเป็นอันมาก เป็นลับ-ลวง-พลาง เอื้อประโยชน์กลุ่มเอกชนใหญ่

วันที่ 4 กันยายน 2561 เภสัชกรที่ทำการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยที่มารับการตรวจรักษา วิเคราะห์โรคจากแพทย์ – พยาบาล ภายในโรงพยาบาลของรัฐ วันนี้ออกมาเปิดเผยว่า นับว่าเป็นเรื่อง ลับ-ลวง-พลาง ซึ่งมีอีกหลายเรื่องที่ อย.ไม่ได้บอกความจริงกับประชาชน แต่อาจจะเป็นการร่างเพื่อเสนอให้เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มนายทุนใหญ่ของประเทศ ที่จะดำเนินการให้มีสิทธิในการจ่ายยา ปรุงยาได้อย่างเสรี ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร้ายขายก๋วยเตี๋ยวก็จะพิจารณา ปรุงยา จ่ายยารักษาโรคต่างๆ ของผู้ป่วยได้  คราวนี้คงไม่ต้องเรียนแพทย์ เรียนหมอ เรียนพยาบาลรวมทั้งเรียนเภสัชกรกันแล้ว แต่ที่เรื่องที่โยนลงมาเป็นข่าว ดูเหมือนว่าจะพยายามให้พยาบาลจ่ายยาได้ แต่แท้จริงแล้ว ระหว่างพยาบาล กับเภสัชกร มีกฎกระทรวงสาธารณสุข ที่คอยกำกับควบคุมอยู่แล้ว ไม่น่าที่จะเป็นห่วงว่า รพ.สต.จะไม่มีใครจ่ายยาได้ มีแค่ยาบางตัวเท่านั้นที่จ่ายได้ นอกนั้นก็จะต้องส่งผู้ป่วย หรือ ญาติผู้ป่วยมารับยาที่เภสัชกร โรงพยาบาลใหญ่เช่นเดิม เพราะนี้คือระบบที่คอยตรวจเชค สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนที่ถูกต้อง ที่สำคัญ มี 10 ข้อกฎหมายที่ อย.ไม่ได้บอกประชาชนในการทำร่างออกมาชี้แจงประชาชน คือ 1.ร่างที่ อย.มารับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่กลับไม่เอามาเสนอปรับปรุงเลย 2.การผลิตยาใครก็ทำได้ ทำที่ไหนก็ได้ และไทยก็จะเต็มไปด้วยยาที่ไม่ได้มาตราฐาน 3.จะไม่มีการทบทวนอายุทะเบียนยาในรอบ 7 ปี 4.โฆษณายาได้ตามสะดวก จดแจ้งได้เลย เช่นเดียวกับ เมจิกสกีน 5.วัคซีน ปล่อยจดแจ้งตามสะดวก 6.สามารถแจกของขวัญ สวัสดิการ โปรโมชั่นในยาได้ตามสะดวก ยาก็จะแพงขึ้น 7.ไม่สนใจในระบบการทวนสอบก่อนการจ่ายยา 8.ใครๆ ก็ส่งมอบยา แนะนำการใช้ยาได้ทุกเพศทุกวัย อย่างถูกกฎหมาย 9.ขายยาได้ว่อนเนต หรือโดยทั่วไป แม้ร้านก๋วยเตี๋ยว และ 10. เป็นการอ้างว่าเพื่อปรับปรุง พ.ร.บ.ยาให้ทันสมัย แต่แท้จริง ลับ-ลวง-พลาง

นายไพทูรย์ แก้วภมร เภสัชกร ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ที่กำลังเสนอโดย อย. เมื่อนำมาศึกษาดูดีดีแล้ว พบว่ามีหลายจุดที่ไม่เหมาะสม และเสมือนว่าจะเป็นการอ้างต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากการเรียนของแพทย์ พยาบาล รวมทั้งเภสัชกร ต่อไปแทบจะไม่มีความหมาย เพราะหากปล่อยให้ใครก็ได้ปรุงยาได้ พิจารณาแนะนำ จ่ายยาได้ และขายยาได้ตามระบบอินเตอร์เนต ก็จะสร้างปัญหาอย่างมากต่อผู้ป่วย ประชาชนจะไม่ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย หรือถ้าจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.บ.ใหม่มา จะต้องมีการปรับปรุงใหม่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การโฆษณายา จะต้องไม่มีการที่จะจดแจ้งได้เลย เพราะจะเหมือนเมจิกสกีน ที่จะสร้างปัญหาความปลอดภัยให้ประชาชน หรือเรื่องการทบทวนยา จะต้องไม่ปล่อยยาวไปนาน หรือตลอดไป เพราะยามีอายุ จะต้องมีการปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งระบบการตรวจสอบทบทวนก่อนจ่ายยา ที่ทุกวันนี้ แพทย์ พยาบาล ตรวจมา เภสัชกรก็มาตรวจสอบก่อนจ่ายอีกรอบ และที่สำคัญในช่วงแรกที่ออกมาว่า จะสามารถให้พยาบาลจ่ายยาให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลสาธารณสุขตำบล นั้น เป็นแค่คำอ้าง เพราะจริงๆ แล้ว เรามีกฎกระทรวงที่สามารถเปิดให้พยาบาลใน รพ.สต.จ่ายยาได้เป็นบางตัวอยู่แล้ว แต่ต้องเป็นยาที่ควบคุม นอกนั้นก็จะต้องนำมาส่งให้แพทย์ – เภสัช สั่งจ่ายยา เพื่อทานยาอีกรอบเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยนั้นเอง

ขณะเดียวกันวันนี้ ปัญหาไม่ได้น่าที่จะอยู่ในการว่าสามารถให้พยาบาลจ่ายยาได้หรือไม่ได้ แต่เหมือนจะเอื้อต่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุน ที่จะสามารถปรุงยา จ่ายยาเองได้ตามท้องที่ ร้านค้า แผงลอยทั่วๆ ไปด้วยต่างหาก

แสดงความคิดเห็น