ศรีสะเกษ-ครอบครัวพ่อปู่ฤาษีขอสังคมเห็นใจหงิกขนาดนี้จะไปข่มขืนใครได้

ครอบครัวพ่อปู่ฤาษีตาไฟ จังหวัดศรีสะเกษ ขอให้สังคมพิจารณา หงิกงอ เกร็งขนาดนี้ จะไปข่มขืนใครได้ พูดจาก็รับฟังแทบไม่รู้เรื่อง ขณะที่ทำพิธีสะเดาะเคราะห์จะต้องมีคนคอยแปลคำพูด คำทำนายโชคชะตา ผู้ที่เดือนร้อน

วันที่ 2 กันยายน 2561 ที่ บ้านของนายเหรียญ – นางวนิดา พละศักดิ์ ( อ่าน พะ ละ สัก ) บิดา – มารดาของ นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ อายุ 40 ปี ที่มีชาวบ้านเชื่อนับถือว่าเป็นพ่อปู่ฤาษีตาไฟ สามารถรู้ดูดวงแม่น ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ผู้คนหายจากกรรม จากความทุกข์ได้ อยู่ที่หมู่บ้านละทาย ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ภายหลังจากที่ได้รับการประกันตัว จำนวนเงิน 2 แสนบาท ออกไปรอการขึ้นศาลพิจารณาคดี ในข้อหาหนัก 3 ข้อหา อันได้แก่ พรากผู้เยาว์อายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากผู้ปกครอง, ใช้กลอุบายในการหลอกลวงข่มขืนกระทำชำเราหญิงที่อายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี จนสำเร็จความใคร่ จำนวน 4 ครั้ง และกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงที่อายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 18 ปี ซึ่งวันนี้ยังคงนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นปูนหน้าบ้านของตนเอง พยุงตนเองให้ลุกขึ้นนั่งเหมือนคนปกติไม่ได้ ในยามจะเข้าห้องน้ำ ปวดหนัก ปวดเบา ก็จะต้องให้ญาติ หรือ พ่อ แม่ คอยอุ้มพาไปเข้า และภายหลังจากธุระเสร็จก็จะต้องช่วยชำระล้างให้ทุกครั้งก่อนนำตัวออกมานั่งเล่น นอนเล่นอยู่หน้าบ้าน พ่อ แม่ ต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ มือ เท้า หงิกงอใช้การไม่ได้ เวลาจะพูดทีจะต้องเค้นคำพูดออกมาได้ที่ละคำ แบบต้องเกร็งไปทั้งปาก คอ หัว แขนขา ลำตัวตน แต่ทุกคนเชื่อว่าเป็นพ่อปู่ฤาษีตาไฟ คอยช่วยเหลือผู้คน สะเดาะเคราะห์ ทำนายดวงต่างๆ แม่นมาก มาตั้งแต่ปี 2517 จนปัจจุบันนี้

นางวนิดา พละศักดิ์ แม่ของพ่อปู่ฤาษีตาไฟ เล่าว่า นับตั้งแต่เกิดมา นายสุรสิทธิ์ หรือที่ทุกคนตั้งให้เองว่าเป็นพ่อปู่ฤาตาไฟ มีความสามารถพิเศษ รู้ดวงชะตาของผู้คน รู้วิธีการแก้กรรม สะเดาะเคราะห์ให้ผู้คนที่เดือดร้อน นำขันครู ขัน 5 ขัน 8 มายก มาไหว้ มากราบ ก็จะประกอบพิธีให้ โดยจะมีตนคอยแปลคำพูดให้ ที่พยายามพูดออกมาได้ที่ละคำๆ แต่บางที่ก็จะต้องถามซ้ำ เพราะพูดจาไม่รู้เรื่อง เสียงเบา แต่ก็แปลกผู้คนที่มาหา เมื่อได้รับฟังก็จะบอกตรงกันว่า แม่นมากในการดูดวง ทำนายทายทักต่างๆ รวมทั้งแก้เคราะห์กรรมต่างๆ ก็หาย จนเป็นที่ร่ำลือขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ส่วนค่าครูบูชา ก็เพียง 9.-บาท ส่วนที่จะให้เพิ่มใส่มือให้ก็ตามแต่ศรัทธาของผู้คนที่มา และที่สำคัญไม่ได้หลอกลวงเอาเงินใครจำนวนมากๆ เพราะบ้านช่องก็เก่า เป็นบ้านไม้เก่าๆ พอได้อาศัย ไม่ใหญ่โตอะไร แต่วันนี้จะต้องมาเจอวิบากกรรม ด้วยตนเอง ก็อยากจะให้สังคมได้ดู ได้เห็นกับตาว่า นายสุรสิทธิ์ หรือ พ่อปู่ฤาษีตาไฟ คนนี้ สภาพร่างกายพิการ หงิกงอ เกร็งขนาดนี้ จะมีปัญญาไปข่มขืนใครได้ หากไม่เชื่อท้าพิสูจน์ให้มานอนพักอาศัย นอนเฝ้าดูอาการทุกวันก็ได้ เพราะหากแกล้งทำ คงจะทำไม่ได้นานขนาดนั้นแน่นอน

นายชาญ ประสานพันธ์ กำนันตำบลละทาย เปิดเผยว่า ตนเป็นกำนันอยู่ที่บ้านละทายแห่งนี้มาตั้งแต่เกิด ก็พบเห็นนายสุรสิทธิ์ หรือ พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ที่ทุกคนขนานนามให้จากความเชื่อถือ เคารพ ศรัทธา ตนก็ว่าเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่วันนี้เดือดร้อนจากการถูกกล่าวหา ไปหลอกลวง ไปข่มขืนเด็กหญิงอายุ17 ปี ตนว่าจากสภาพเช่นนี้ จะเป็นไปได้เช่นไร พูดแบบไม่ต้องเข้าข้างลูกบ้านตน อยากให้สังคมได้พิจารณาจากสภาพที่พบเห็น ร่างกายพิการหงิกงอ ขนาดนี้ เวลาจะไปไหนมาไหน ก็จะต้องมีคนพาไป อุ้มไปขี่หลังไป ขนาดจะฉี่ยังช่วยตนเองไม่ได้เลยก็ขอให้สังคมพิจารณา ส่วนเรื่องในทางคดีก็แล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะว่ากันไปตามหลักฐาน

อย่างไรก็ดี ในส่วนเรื่องของการช่วยเหลือผู้คนที่เดือนร้อน มาขอให้พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ได้ดูดวง ได้สะเดาะเคราะห์ให้ ขณะนี้ของดเอาไว้ก่อน ยังไม่รับ จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลาย หรืออาจจะไม่รับอีกเลยตลอดไปคุณแม่กล่าว ปิดท้ายขณะที่อุ้มลูกที่เป็นพ่อปู่ฤาษีตาไฟ มาสอบถามว่าหิวข้าวหรือยัง และเมื่อตอบมา แม่เท่านั้นฟังรู้

แสดงความคิดเห็น