สรรพสามิตบุรีรัมย์ พาป้าวัย 59 เข้าแจ้งความหลังถูกมิจฉาชีพอ้างเป็น จนท.ขู่รีดเงินฐานแบ่งเหล้าขาย

ป้าวัย 59 ปีชาว อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ร้านขายของชำ บุกร้องสรรพสามิตถูกแก๊งมิจฉาชีพชาย-หญิง 3 คน แอบอ้างเป็นเจ้าพนักงานไปขู่รีดเงิน 3,000 บาทฐานแบ่งเหล้าขาย ก่อนต่อรองเหลือ 1,000 ขณะสรรพสามิตยืนยันไม่ใช่ จนท.พร้อมพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เร่งล่าคนร้ายมาดำเนินคดี


วันที่ 22 สิงหาคม 2561 นายสุดใจ คนทัตย์ สรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์ พร้อมนายนพรัตน์ จรรยาวรางกูร สรรพสามิตพื้นที่สาขาเมืองบุรีรัมย์ และนายทองเลื่อน เสาร์ทอง นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ ได้พานางเขียว ชะใบรัมย์ อายุ 59 ปี ชาวบ้านบ้านโนนกระทิง ต.บ้านด่าน ที่มีอาชีพขายของชำ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.วัฒนา มางาม สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน หลังจากนางเขียว ได้เข้าร้องเรียนกับสรรพสามิตว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพ 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน อายุประมาณ 30 – 40 ปี มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานก่อนจะขู่เรียกรับเงินจากนางเขียว โดยกล่าวหาว่านางเขียว แบ่งสุราขาวขายต้องเสียค่าปรับ
จากการสอบถามนางเขียว ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา มีชาย 2 คน หญิง 1 คน แต่งตัวดี ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยตาแคป มีหลังคา สีบรอนด์ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ติดป้ายข้างรถว่าขายอุปกรณ์ไฟฟ้า มาจอดที่บริเวณหน้าบ้านทำทีมาซื้อของที่ร้าน ก่อนจะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าพนักงานแล้วขู่เรียกรับเงินจากนางเขียว จำนวน 3,000 บาท โดยกล่าวหาว่านางเขียว แบ่งขายสุราขาวพร้อมระบุว่า “อยากเสียมากหรือเสียน้อย” ถ้าอยากเสียน้อยก็จ่ายเลย ด้วยความตกใจ ทั้งที่ไม่รู้ว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ แต่ไม่อยากจะมีปัญหา จึงต่อรองกับกลุ่มคนดังกล่าวว่าขอจ่าย 1,000 บาทได้มั๊ยเพราะไม่เงินขายของได้เพียงวันละไม่กี่ร้อยบาท พอกลุ่มแก๊งดังกล่าวตอบตกลง นางเขียว จึงไปนับเงินเหรียญในกระปุก และแบงค์ 20 , 100 ที่ได้จากการขายของชำมาจ่ายให้ แต่กลับไม่มีใบเสร็จ ก่อนที่แก๊งดังกล่าวจะขับรถหลบหนีไป หลังจ่ายเงินเสร็จ นางเขียว จึงไปสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงที่เปิดร้านขายของชำในลักษณะเดียวกัน ว่ามีเจ้าหน้าที่มาเรียกเก็บค่าปรับหรือไม่ แต่ก็ไม่มีร้านไหนถูกปรับเลย จึงมั่นใจว่าถูกหลอกจึงได้เข้าร้องเรียนที่สำนักงานสรรพสามิต ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดกับกลุ่มแก๊งดังกล่าว


ด้านนายสุดใจ คนทัตย์ สรรพสามิตพื้นที่บุรีรัมย์ หลังได้รับร้องเรียนจากนางเขียว ว่ามีกลุ่มบุคคลไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปขู่เรียกเงิน ก็ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ในสังกัดสรรพสามิตตามที่กล่าวอ้าง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพที่มาแอบอ้างเพื่อขู่รีดเงินจากร้านค้าตามหมู่บ้าน เพราะหากเป็นเจ้าหน้าที่สรรสามิตจริงก็จะต้องใช้รถที่มีตราของสำนักงานอย่างถูกต้อง ที่สำคัญจะต้องแต่งเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ และแสดงบัตรอย่างชัดเจน เบื้องต้นจึงได้พาผู้เสียหายที่ถูกหลอกเรียกรับเงินเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งจะได้ไม่ไปแอบอ้างหลอกลวงประชาชนรายอื่นให้ได้รับความเดือดร้อนสูญเสียเงินซ้ำอีก
ขณะที่พนักงานสอบสวน ระบุว่า พฤติกรรมของกลุ่มแก๊งดังกล่าวเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ ซึ่งก็จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ ออกสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มแก๊งดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว ซึ่งจากข้อมูลพบว่าแก๊งดังกล่าวน่าจะยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่

แสดงความคิดเห็น