พบแล้วลุงก้อยหลงป่าภูพานรอดพ้นด้วยพระบารมีในหลวง ร.10

เผยลุงก้อยที่หลัดหลงป่าภูพาน วัน เปิดใจรอดพ้นภัยด้วยพระบารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อุทิศตนเป็นจิตอาสาปฏิบัติความดีมาตลอดมีกำลังใจสู้ปีนหน้าผาสูงก่อนเดินกลับออกมาจากป่า จนเจอเด็กที่มาเก็บเห็ดในเขตป่าอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมระบุเชื่อผีบังตาเหตุเห็นคนเลี้ยงวัวแต่แล้วกลายเป็นต้นไม้แต่ด้วยความอดทนอาศัยกินหยวกกล้วยและน้ำตามลำธารประทังชีวิต

จากกรณี นายสมพูล ภูมองชัย  ชาวบ้านไชยวาร มีอายุ 59 ปี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็น อาสาสมัครจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ของในหลวง ร.10 ลำดับที่ 1103 อำเภอหนองกุงศรี ซึ่งพลัดหลงกับเพื่อนบ้านขณะเข้าป่าภูพานเพื่อไปเก็บเห็ด ในเขตตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 ทางจังหวัดสกลนครและจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันค้นหาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเวลา 11.30 น.เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัดกาฬสินธุ์ โดย นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอสมเด็จ ได้รายงาน นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ว่าพบ ชายอายุประมาณ 55-65 ปี ในสภาพร่างกายอิดโรย โดยมีเด็กสองคนเป็นชาวบ้านโป่งนกแซว ตำบลดินจี่ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้พาตัวลงมาและภายหลังสอบถามทราบว่า คือ นายสมพูล หรือลุงก้อย ภูมองชัย อายุ 59 ปี ชาวบ้านไชยวาร อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ จิตอาสาฯ ในหลวง ร.10 และเป็น อสม. ที่เข้าไปเก็บเห็ดในป่าที่พัดหลงไปซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดสกลนครระดมกำลังค้นหา

ทันทีที่ได้รับรายงาน นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ทีมแพทย์ขึ้นไปรับตัว ที่บ้านโป่งนกแซว อำเภอคำม่วง และนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลอำเภอสมเด็จ และ ส่งต่อมายังโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ในสภาพร่างกายที่อิดโรย ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นพ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้ทำการตรวจสภาพร่างกาย พบว่าได้รับบาดเจ็บที่มือและแขนสองข้างรวมถึงขาที่มีรอยถลอกทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการเจาะเลือด เนื่องจากเกรงว่าจะมีเชื้อโรคในร่างกาย แต่เบื้องต้นไม่พบแต่แพทย์ได้ให้พักรักษาตัวเพื่อดูอาการเป็นเวลา วันเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่เนื่องจาก ลุงก้อย” มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงและกำลังใจดีเยี่ยมสามารถพูดคุยได้จึงได้ให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมดูอาการพร้อมกับนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อทำการซักถาม ภายในห้องพิเศษชั้น อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาพระบารมี โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รองผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.สมบัติ จินดาศรี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ นายธนูสินธ์ ไชยศิริ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอสมเด็จ นายพิชิต สมบัติมาก ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ นายรณชิต พุทธลา นายอำเภอหนองกุงศรี และเจ้าหน้าที่ร่วมเยี่ยมอาการ

นายสมพูล หรือลุงก้อย ภูมองชัย กล่าวว่า ตนไม่เคยเข้าไปหาป่าในเขตเทือกเขาภูพาน แต่ด้วยฐานะยากจนและเห็นเพื่อบ้านที่ไปหาเห็ดในป่าภูพาน ได้กลับมาจำนวนมาก จึงได้ขอไปด้วย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา และไปด้วยกัน 12 คน แต่ในระหว่างที่จะเดินทางกลับ ไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ ก็ไม่ให้มีใครอยู่ในป่า และไม่ได้ยินเสียงอะไร จึงตัดสินใจเดินหาทางออก แต่ก็หาไม่พบ จึงตัดสินใจเดินเท้าลัดเลาะลงเข้าไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปหลายวัน ก็อาศัยกินหยวกกล้วยและน้ำในลำธารประทังชีวิต ในใจคิดว่าคงจะต้องตายแน่ๆ แต่สิ่งที่คิดขึ้นได้ก็เชื่อในความดี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตนได้มีโอกาสไปเป็นจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจของ ในหลวง ร.10 จึงยกมือท่วมหัวนึกถึงพระองค์ท่านและเดินเท้าลัดเลาะมาตลอดซึ่งในช่วงกลางคืนก็จะอาศัยหลับนอนใต้ต้นไม้

ผมได้ปีนหน้าผาถึง ครั้งเพื่อที่จะเดินลงมาในพื้นที่ราบ และที่ในช่วงที่เดินทางก็ไปเห็นคนเลี้ยงวัวในป่า ซึ่งก็พยามจะพูดด้วยแต่คนเลี้ยงวัวในป่าก็ไม่ตอบ จึงคิดว่านี่คืออาถรรพ์ที่ตนได้เห็นในป่าภูพาน ต่อข้อซักถามที่ว่า การค้นหาเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ลุงก้อย” ได้ยินเสียงหรือเห็นผู้ค้นหาหรือไม่นั้น “ลุงก้อย” ตอบทั้งน้ำตาว่า ไม่เคยได้ยินเสียงใครเลย เหมือนมีอะไรมาบังตา โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ในวันที่ 16 สิงหาคม 2561 ตนได้เห็นแสงสีเขียวดวงใหญ่รอยอยู่ในบริเวณที่ตนนอน ชัดเจนว่าไม่ใช่แสงของหิ่งห้อยแน่นอน แต่เชื่อว่าเป็นแสงสีเขียวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเช้าวันที่ 17สิงหาคม จึงตัดสินใจเดินมุ่งหน้ามาตามจุดที่เคยเห็นแสง ก็มาพบ เด็กสองคนและครั้งนี้เมื่อตนได้เรียก เด็กก็ตอบจึงเชื่อว่าตนเองปลอดภัยและเด็กทั้งสองคนก็ได้พาลงมาพบเจ้าหน้าที่นายสมพูล กล่าว

นายสมพูล กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสิ่งที่รอดพ้นภัยด้วยพระบารมีของในหลวง ร.10 เพราะตนคิดเสมอว่าสิ่งที่ได้รับโอกาสในการเป็นจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ทุกวันทุกเข้าตนจะออกไปโบกรถที่หน้าโรงเรียนในหมู่บ้าน และก็จะช่วยเหลือเพื่อนบ้านและงานทางอำเภอ ทั้งเป็น อป.พร.และอสม.ซึ่งจะทำทุกวันด้วยความสุขใจ จึงเชื่อว่าเป็นปาฏิหารย์โดยแท้ และก็ต้องขอขอบพระคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ เพื่อนบ้านทุกคน ทั้งกาฬสินธุ์และสกลนครที่ช่วยเหลือตน

ด้าน นพ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ ผอ.รพ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การตรวจสุขภาพไม่ปรากฏว่ามีเชื้อโรคอะไร เพราะคนไข้มีสุขภาพที่แข็งแรงดี แต่ยังคงมีสภาพร่างกายที่อิดโรย ซึ่งนับจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกาย ทั้งนี้จะต้องขอให้คนไข้ได้พักร่างกายเป็นเวลา วันจึงจะพร้อมที่จะให้ข่าวต่อไปได้

ด้าน นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือปาฏิหารย์ เพราะเท่าที่พูดคุยกัน ลุงก้อย” ไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้กลับออกมาจากป่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือพระบารมีของในหลวง ร.10 เพราะลุงก้อย คือจิตอาสาฯ ที่ทำความดีมาโดยตลอด ซึ่งต่อไปนี้คงเป็นเรื่องของการฟื้นฟูสุขภาพกายและจิตใจ ในส่วนของเด็กสองคนที่ไปพบนั้น ทางจังหวัดจะดำเนินการประกาศเกียรติคุณเพื่อยกย่องในคุณงามความดี เพราะสังคมต้องการคนดี และคนกาฬสินธุ์ทุกคนก็เป็นคนดี สิ่งที่ได้มากนอกจากการช่วยเหลือนั้นคือความสามัคคี 

เรากำลังดำเนินโครงการคนกาฬสินธุ์ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สิ่งที่จังหวัดดำเนินการทุกวันนั่นคือการสร้างความสามัคคีให้ทุกคนรักกัน ให้ทุกคนช่วยเหลือกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่แสดงว่าคนกาฬสินธุ์พร้อมที่จะช่วยเหลือกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร ยากดี มีจน ทุกคนจะต้องมีสิทธิ์ในการช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกันนายไกรสร กล่าว

ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นในการป้องกันปัญหานี้จึงต้องขึ้นอยู่กับคนในชุมชนที่จะต้องช่วยดูแลกันเอง ทางส่วนราชการก็พร้อมเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นทางทหาร ซึ่งตนต้องขอขอบพระคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ท่าน ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสกลนครและจังหวัดกาฬสินธุ์ ข้าราชการในจังหวัดกาฬสินธุ์ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จิตอาสา อาสาสมัครกู้ภัยทุกกลุ่ม เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และสื่อมวลชนที่ร่วมกันช่วยเหลือจนพบตัว ลุงก้อย” และนำออกมาได้อย่างปลอดภัยในครั้งนี้

สำหรับเหตุการณ์ค้นหา “ลุงก้อย” นั้น ลุงก้อย ได้พลัดหลงเข้าไปในป่าภูพาน อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับรายงานจากอำเภอหนองกุงศรี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 และทำการเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เทศบาลตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในเช้าวันที่ 15 สิงหาคม 2561 และทำการค้นหาต่อเนื่องจนมาพบในวันนี้

แสดงความคิดเห็น