กกต.กาฬสินธุ์ยืนยันมีความพร้อมดำเนินการเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ยืนยันมีความพร้อมดำเนินการเลือกตั้ง เร่งอบรมอาสาสมัครองค์กรเอกชนมืออาชีพ เป็นเครือข่ายถาวรในการกำกับและตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม

ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลกลางหมื่น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้มีการจัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครองค์กรเอกชนมืออาชีพ (ออช.) ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้าย ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับสมาพันธ์องค์กรเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้ง จ.กาฬสินธุ์ ได้จัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครองค์กรเอกชนมืออาชีพ โดยมีสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรมอบรมครั้งนี้

นายสาโรช ไพเราะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผอ.กกต.) ประจำ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการยืนยันในความพร้อมของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.กาฬสินธุ์ ในการดำเนินการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งในด้านอุปกรณ์ และบุคคลากร จึงได้จัดทำโครงการสร้างเครือข่ายถาวร ในการจัดการกำกับและตรวจสอบการเลือกตั้ง โดยมีการจัดกิจกรรมอาสาสมัครองค์กรเอกชนมืออาชีพ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพโดยองค์กรเอกชนคุณภาพ จะทำให้ผู้เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการและวิธีการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

“นอกจากนี้ ยังทำให้อาสาสมัครองค์กรเอกชนมืออาชีพ มีความรู้ความเข้าใจในถึงบทบาท ภารกิจของผู้จัดการประจำหน่วยเลือกตั้ง บทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง ขั้นตอนและวิธีการตรวจสอบรายงาน การสังเกตการณ์การเลือกตั้ง สามารถนำความรู้ไปขยายผล ถ่ายทอดกับกลุ่มเป้าหมายอย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กิจกรรมตามโครงการดังกล่าว ได้ดำเนินกิจกรรมมาตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 จำนวน 11 รุ่น ๆ ละ 50 คน รวม 550 คน ครอบคลุมทุกพื้นที่ใน จ.กาฬสินธุ์” นายสาโรชกล่าว

นายสุรเดช เคราะห์ดี นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 11 องค์กรเอกชนที่เข้าร่วมกิจกรรมตรวจสอบ สังเกตการณ์เลือกตั้ง ใน จ. กาฬสินธุ์ ร่วมกับ กกต. ประจำ จ.กาฬสินธุ์ มีความหวังอย่างสูงว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไป จะเป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะประชาชนได้ตระหนักถึงความเป็นพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย ต้องไม่มีการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียง รู้เท่าทันการเมือง ไม่ให้วงจรอุบาทว์ทางการเมืองเกิดขึ้นมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองที่ไม่สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม อันเป็นสาเหตุสำคัญของการทุจริตคอรัปชั่น และการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง จนเกิดเหตุการณ์วิกฤตทางการเมือง มีการยึดอำนาจรัฐและรัฐประหาร

“ดังนั้น การปฏิรูปทางการเมืองจะได้ผล ต่อเมื่อประชาชนมีความเป็นพลเมือง ตระหนักในสิทธิและหน้าที่ในแนวทางระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยคาดว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมปของ คสช.และสัญญาณทางการเมืองได้เริ่มขึ้นแล้วในขณะนี้” นายสุรเดชกล่าว

แสดงความคิดเห็น