เปิดชีวิตสาวงามบ้านนา “สปาย” เหยื่ออำมหิตรักต้องฆ่า

เปิดชีวิตสาวงามบ้านนา “สปาย” เหยื่ออำมหิตรักต้องฆ่า
แม่เผยวิญญาณเฮี้ยนร้องไห้สะอื้น-โผล่ให้เหตุตัวเป็นๆ

ขนหัวลุกทั้วบ้าน วิญญาณ “สปาย” สุดเฮี้ยน โผล่ให้ญาติเห็นสภาพเลือดท่วมตัว แถมกลางคืนแม่ได้ยิงเสียงสะอื้นลูกร้องไห้ตั้งแต่ ห้าทุ่มถึงตีสาม เชื่อเป็นความแค้นที่ถูกเสี่ยอ้วนฆ่าอย่าโหดเหี้ยม
เผยชีวิต “สปาย” สาวงามบ้านนา เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว ยอมเสียสละไม่เรียนต่อปริญญา “นิติศาสตร์” หวังหาเงินเลี้ยงพ่อแม่และครอบครัว ย้ำเสี่ยอ้วนหึงรุนแรง ไม่เคยพบกับครอบครัววอน ตร.เร่งจับกุม ถาม รักน้องปลายแล้วทำไมต้องฆ่า

จากกรกรณีที่ นายอนันตชัย หรือฟอส จิตรัมย์ อายุ 20 ปี และ น.ส.ปวีณา หรือ สปาย นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิตที่บริเวณลานจอดรถฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรพ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยร่างไว้วิญญาณของน้องฟอส หนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้ทำพิธีฌาปนกิจไปแล้วเมื่อวาน (1 ส.ค. 61) ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 2 ส.ค. 61 ที่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 1 บ้านนาตาล ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ครอบครัวของน้องสปาย หรือ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ ได้ตระเตรียมสิ่งของและต้อนรับแขกเหรื่อ ที่จะเดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยมีญาติพี่น้อง เพื่อน และคนรู้จักเดินทางมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพจำนวนมาก โดยวันนี้ในเวลา 14.00 น. จะเคลื่อนร่างไร้วิญญาณของ น.ส. ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย หรือปลาย ไปยังเมรุ วัดป่านาตาล ซึ่งเป้นวัดเดียวกันกับที่ทำพิธีฌาปนกิจศพ น้องฟอส ไปเมื่อวานนี้

นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ อายุ 41 ปี แม่ของน้องสปาย ที่อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ กล่าวด้วยน้ำตาว่า ตั้งแต่เด็กจนโตน้องสปาย เป็นคนเลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ ไม่ซน แม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็ไม่เคยประพฤติตัวเสียหายและเพื่อนฝูงที่คบส่วนใหญ่ก็จะคบกับสาวประเภทสอง และถึงแม้ว่าน้องสปาย จะมีหน้าตาดี เป็นธิดาท่าคันโท ธิดาวังสามหมอ และรองชนะเลิศการประกวดธิดาแพรวา ของจ.กาฬสินธุ์ สปายก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องคนมาติดพัน โดยครอบครัวหวังให้น้องสปาย ได้เรียนสูง ๆ จบปริญญา ซึ่งตัวน้องเองก็พร้อมจะเรียนโดยเลือกเรียน คณะนิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี แต่เรียนได้เพียง 1 ปี ก็หยุดเรียนเพราะต้องการหาเงินมาดูแลครอบครัว ดูแลพ่อแม่ ที่น้องสปาย จะพูดอยู่เสมออยากให้พ่อแม่สบายไม่อยากให้ลำบาก แต่วันนี้น้องสปายไม่อยู่ ครอบครัวก็เหมือนขาดเสาหลักไป ทุก ๆ คนยังเสียใจ เรื่องอนาคตยังไม่คิดอะไร คิดไม่ออก ส่วนภาระที่มีตอนนี้คืองวดรถของน้องสปาย ที่ครอบครัวจะต้องรับผิดชอบต่อไป
นางวันเพ็ญ กล่าวอีกว่า แรก ๆ ก็สงสัยการทำงานของลูกที่มีเงินมากมายแต่ตัวเองได้ไปพิสูจน์แล้วและเชื่อใจลูกว่าทำอาชีพสุจริต ขณะที่เรื่องของเสี่ยอ้วน ได้คุยทางโทรศัพท์และวิดีคอลไลน์ พูดคุยทุกวันเสี่ยอ้วนเองมักจะพูดอยู่เสมอว่ารักน้องสปาย อยากดูแล ตนเองก็ยังขอบคุณไป แต่เวลานี้อยากจะถามว่ารักแล้วทำไมต้องฆ่า ฆ่าทำไม และทำไมต้องฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้ ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้เสียใจมาก

นอกจากนี้แล้วยังไม่เรื่องลี้ลับที่เกิดขึ้นในครอบครัว โดยผู้เป็นแม่ ได้เล่าว่า ตั้งแต่ไปรับร่างไว้วิญญาณของสปาย กลับมาบ้าน ตลอดระยะเวลาเดินทางจาก สัตหีบ จ.ชลบุรี มาที่ อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ จะได้ยินเสียงสะอื้นไห้อยู่เป็นระยะ ๆ และยังคล้ายกับมีคนมาสวมกอดตัวแม่ นอกจากนี้หลังการตั้งศพบำเพ็ญกุศลช่วงกางดึกยังได้ยินเสียงสะอื้นไม่หยุด จะทำอะไรก็จะได้ยินเสียงตลอดเวลา จนเวลาตีสาม จึงตัดสินใจเคาะโลงศพบอกลูกให้เข้มแข็ง อย่าร้องไห้ ไม่ได้สอนให้อ่อนแอ เสียงนั้นจึงเงียบไป ขณะที่น้องชายและลูกหลาน บอกว่าได้เห็นภาพใบหน้าของสปายชุ่มไปด้วยเลือด ญาติพี่น้องเชื่อว่าวิญญาณของน้องสปาย ยังคงอาฆาตและแค้นที่ถูกฆ่า

แสดงความคิดเห็น