ยโสธรเปิดใช้สะพานเหล็กแบรี่ข้ามจุดที่ถนนขาดได้แล้ว

           ที่จังหวัดยโสธรได้มีการเปิดเส้นทางและปล่อยให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรไปมาข้ามสะพานเหล็กแบรี่จุดที่ถนนวารีราชเดชถูกตัดขาดได้แล้ว หลังจากจุดดังกล่าวถูกกระแสน้ำในลำห้วยโพงกัดเซาะจนขาดเป็นทางยาวและทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยการเร่งติดตั้งสะพานเหล็กแบรี่จนแล้วเสร็จเพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมาได้เป็นการชั่วคราว

           หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในพื้นที่จังหวัดยโสธรได้มีฝนตกติดต่อกันหลายวันจนส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากและปริมาณน้ำในลำห้วยโพงได้กัดเซาะเอาถนนทางเบี่ยงจุดที่กำลังมีการก่อสร้างสะพานข้ามลำห้วยโพง ถนนวารีราชเดช บ้านซ่งแย้ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอกุดชุม ไปอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ถูกนำกัดเซาะจนขาดเป็นระยะทางยาวกว่า 10 เมตร ตั้งแต่คืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นมาจนรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมากเนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสายหลักที่จะเชื่อมต่อไปจังหวัดมุกดาหาร จึงทำให้มีรถสัญจรไปมาผ่านเส้นทางนี้เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ซึ่งล่าสุดเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับผู้ใช้รถใช้ถนนทางจังหวัดยโสธรและแขวงการทางมุกดาหาร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเส้นทางดังกล่าวจึงได้ประสานขอความร่วมมือกับศูนย์สร้างและบูรณะสะพานจังหวัดขอนแก่นที่ 2 กรมทางหลวง ได้นำสะพานเหล็กแบรี่ขนาดความยาวไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ไปเร่งติดตั้งบริเวณดังกล่าวเพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้เป็นการชั่วคราว ซึ่งทางศูนย์สร้างและบูรณะสะพานจังหวัดขอนแก่นที่ 2 จึงได้นำสะพานเหล็กแบรี่ไปเร่งติดตั้งโดยใช้เวลาติดตั้งอยู่2 วัน จึงแล้วเสร็จและในขณะนี้สามารถเปิดใช้เส้นทางและปล่อยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวได้แล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาแต่ได้ติดป้ายห้ามเตือนรถที่จะสามารถผ่านสะพานเหล็กแบรี่ได้ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 10 ตัน เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากสะพานเหล็กแบรี่มีระยะทางยาวประมาณ 36 เมตร จึงไม่มั่นใจว่าจะรับน้ำหนักได้มากกว่านี้ ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักเกิน10 ตัน ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทนและการสัญจรผ่านสะพานเหล็กแบรี่จะต้องใช้ความระมัดระวังและต้องจอดรถรอสลับผลัดกันวิ่งผ่านไปทีละฝั่ง เนื่องจากสะพานเหล็กแบรี่ได้ติดตั้งเพียงช่องทางเดียวเท่านั้นรถไม่สามารถที่จะวิ่งสวนทางกันได้ จะต้องรอให้รถแต่ละฝั่งวิ่งผลัดเปลี่ยนกันไปมา ซึ่งอาจจะเสียเวลารออยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาการสัญจรไปมาของผู้ใช้รถใช้ถนนได้ในระดับหนึ่งดีกว่าที่จะไปใช้ทางเลี่ยงซึ่งจะต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลออกไปอีก

แสดงความคิดเห็น