แรลลี่สะออนสี่เผ่า ออเจ้า ชม ชิม ทุเรียนภูเขาไฟ

จังหวัดศรีสะเกษ เปิดการแข่งขันแรลลี่ ชมของดีศรีสะเกษ ตอน สะออนสีเผ่า ออเจ้า ชม ชิม สวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มีผู้ที่นำรถยนต์เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 150 คัน ตระเวนไปตามแหล่งท่องเที่ยว และสวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

วันที่  1 กรกฎาคม 2561 ที่ หน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล ( อ่าน ไตร สะ ระ ณะ กุล ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ พนักงาน ส่วนราชการ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดการแข่งขัน แรลลี่รถยนต์  ตอน สะออนสีเผ่า ออเจ้า ชม ชิม สวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มีผู้ที่นำรถยนต์เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 150 คัน ตระเวนไปตามแหล่งท่องเที่ยว และสวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ โดยมี นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในการเปิดการแข่งขัน โดยได้มีนักท่องเที่ยว นักแข่งขันทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ สมัครเข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ทั้งจากประเทศไทย และต่างประเทศเข้าร่วม เพื่อเที่ยวชมสวนผลไม้ของจังหวัดศราสะกเษ ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อในอดีต ได้ถูกกล่าวข่าวว่า เป็นจังหวัดที่ยากจน ประชาชนส่วนหนึ่งจนต้องกินดิน แต่วันนี้มีสวนไม้ผล มีทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ มากกว่าพันล้านบาทแล้ว

นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษเป็นดินแดนมหัศจรรย์ วัฒนธรรมประเพณีสี่เผ่าของศรีสะเกษ ได้แก่ สวย หรือ กูย เขมร ลาว และเยอ บ่งบอกถึงอัตลักษณ์วิถีของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษกรรมเป็นหลัก ความมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น คือ ในปัจจุบันพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ อำเภอศรีรัตนะ และอำเภอไพรบึง เป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ได้แทบทุกชนิดเช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง หรือแม้แต่สะตอ ก็ปลูกได้เป็นอย่างดี เนื่องจากดินแดนแถบนี้ เป็นดินแดนภูเขาไฟเทือกเขาพนมดงรัก ความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน ทำให้เกษตรกร ปลูกทุเรียนจำนวนมากขึ้นตามลำดับ จนกลายเป็นผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงในขณะนี้ คือ ทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งมีรสชาติ กรอบนอก นุ่มใน มีกลิ่นฉุนน้อย เม็ดเล็ก รสหวาน ในการจัดการแข่งขันแรลลี่ ชมของดีศรีสะเกษ ตอน สะออนสี่เผ่า ออเจ้า ชม ชิม สวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เพื่อเป็นการนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่สวนผลไม้โดยตรง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และส่งเสริมด้านวัฒนธรรมพื้นถิ่นให้คงอยู่สืบไป

 

 

แสดงความคิดเห็น