กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติอื่น พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว หลังปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากฝนทิ้งช่วงติดต่อกันนาน ขณะที่ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ยันน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค พร้อมเร่งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักการใช้น้ำ แก้ไขวิกฤติฝนทิ้งช่วงอย่างเต็มที่และเร่งด่วน


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 จากการติดตามสถานการณ์น้ำในแหล่งเก็บน้ำต่างๆในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ส่งน้ำอุปโภค บริโภค และหล่อเลี้ยงพืชผลการเกษตรในหลายพื้นที่พบว่าจากสภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้น้ำในเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุด พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ (รองผอ.รมน.กาฬสินธุ์) ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติอื่น และประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมลงพื้นที่เข้าติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว และเจ้าหน้าที่ร่วมติดตามและรายงานสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้เขื่อนลำปาวอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง แต่ยืนยันว่าเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร


พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้แก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ภาวะฝนทิ้งช่วงที่กำลังส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางนั้น


พ.อ.มานพ กล่าวอีกว่า สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ กองทัพบก โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติอื่น ที่ชั้น 3 อาคารศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังใหม่) ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขวิกฤติฝนทิ้งช่วงอย่างเต็มที่และเร่งด่วน ด้วยการระดมศักยภาพบูรณาการของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครื่องมือและข้อมูล เพื่อเร่งจัดหาแหล่งน้ำและส่งน้ำจากแหล่งน้ำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน ทั้งด้านอุปโภค บริโภค และพื้นที่ทางการเกษตร พร้อมทั้งเร่งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการใช้น้ำ และหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สามารถแจ้งเข้ามายังศูนย์ฯหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือได้ทัน

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เขื่อนลำปาวปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 488.45 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 24.67 จากปริมาณกักเก็บ 1,980 ล้าน ลบ.ม. โดยเป็นน้ำใช้การได้อยู่ที่ระดับ 388.45 หรือร้อยละ 19.62 ซึ่งระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนปริมาณน้ำที่ลดลงนั้น เกิดจากภาวะฝนทิ้งช่วงติดต่อกันนานหลายวัน แต่ยืนยันว่าเพียงพอย่างแน่นอน ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ได้ปล่อยน้ำเฉลี่ยวันละ 5.5 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้น้ำของประชาชน ซึ่งจะสามารถหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทาน 314,300 ไร่ ครอบคลุม 30,000 ครัวเรือน อีกทั้งยังส่งน้ำเข้าอ่างห้วยสีทน เพื่อผลิตน้ำประปาให้ประชาชนอีกด้วย
อย่างไรก็ตามจากการคาดหมายลักษณะอากาศโดยสถานีอุตุนิยมวิทยากาฬสินธุ์ พบว่า ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคม 2562 จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ ทั้งนี้แผนการจัดการน้ำเขื่อนลำปาวจะส่งน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรและลำน้ำธรรมชาติจะแบ่งเป็นการใช้ประโยชน์ 3 ส่วน โดยอันดับแรกต้องให้ประชาชนเพียงอุปโภค บริโภคเป็นหลักก่อน รองลงมาคือเพื่อการเกษตร และเพื่อการอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังกันน้ำส่วนหนึ่งระบายลงสู่ลำน้ำปาว เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ในแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำและแบ่งปัน ให้ทุกฝ่ายได้ใช้น้ำอย่างเพียงพอและทั่วถึง

แสดงความคิดเห็น