เจ้าภาพงานบวช 4 รายในตำบลคลองขาม อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์สุดเซ็ง หลังจ่ายเงินเซ็นสัญญาซื้อเนื้อหมูกับพ่อค้าไปกว่า 2 แสนบาท เพื่อเตรียมนำมาทำอาหารเลี้ยงแขก แต่กลับถูกพ่อค้าแสบเบี้ยวไม่นำเนื้อหมูมาส่งวันงาน ต้องวิ่งตาตั้งตะเวนหาซื้อเนื้อคนละไม่กี่กิโลกรัมและเสิร์ฟส้มตำแก้ขัด พร้อมเตรียมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อค้าหมู

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากนายวิทยา บุญตาโลก นายก อบต.คลองขาม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหนองบัว หมู่ 4, 13 และ 19 ซึ่งเป็นเจ้าภาพงานบวช 4 ราย ว่าถูกพ่อค้าขายเนื้อหมูสดหลอกให้เซ็นสัญญาแล้วเอาเงินไป แต่ไม่นำเนื้อหมูมาส่งให้ หลังทำสัญญาซื้อขายและรับเงินไปเรียบร้อยแล้ว รวมเป็นเงินจำนวน 201,000 บาท ทำให้เดือดร้อน เนื่องจากวันงานไม่มีอาหารเลี้ยงแขก
นางนวลจันทร์ ภูสีเงิน อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 216 บ้านหนองบัว หมู่ 13 กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนบ้านอีก 3 ครอบครัว คือครอบครัวนายสำรอง ภูยางดี อายุ 52 ปี บ้านหนองบัว หมู่ 4 ครอบครัวนางประทุมทอง อิสาตร์ บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 19 และครอบครัวนางทองเพ็ชร ภูเชิดสาย บ้านเลขที่ 355 หมู่ 19 ได้กำหนดจัดงานอุปสมบทบุตรหลานพร้อมกัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษตามประเพณี โดยกำหนดจัดงานเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเตรียมงานไว้พร้อมสรรพ โดยบอกบุญเชิญชวนญาติพี่น้องใกล้ไกลมาร่วมทำบุญ มีการจัดเลี้ยงอาหารแขกที่มาร่วมงาน และกลางคืนมีหมอลำสมโภช


“ขั้นตอนทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้ว ทั้งกองบวช เครื่องเสียง เครื่องไฟ โต๊ะ เต้นท์ เก้าอี้ มหรสพ ก่อนที่จะมีปัญหาติดขัดในเรื่องของอาหารที่จะนำมาเลี้ยงแขก ซึ่งแต่เดิมตนและเจ้าภาพงานบวชอีก 3 ครอบครัว ได้ทำสัญญาซื้อขายเนื้อหมูสดกับพ่อค้าขายเนื้อหมู ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 62 โดยวางมัดจำและจ่ายเงินไปแล้วตามข้อตกลง สำหรับตนจ่ายเงินสดไป 3 งวด รวม 80,000 บาท ขณะเจ้าภาพงานบวชอีก 3 ครอบครัวคือนางประทุมทอง เสียหาย 61,000 บาท นางทองเพ็ชร เสียหาย 40,000 บาท และนายสำรอง เสียหาย 20,000 บาท รวมจำนวน 201,000 บาท” นางนวลจันทร์กล่าว


นางนวลจันทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ตนและเจ้าภาพงานบวชอีก 3 ครอบครัวยอมทำสัญญาซื้อขายและจ่ายเงินให้ก่อนนั้น เนื่องจากเชื่อใจพ่อค้าเนื้อหมูสด เพราะเป็นพ่อค้าที่มาขายเนื้อหมูในตลาดนัดประจำหมู่บ้าน และเป็นขาประจำมานานกว่า 3 ปี ทราบว่าเป็นชาว อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ไม่เคยมีประวัติเสียหายในเรื่องการค้าขาย ซึ่งเมื่อพ่อค้าคนดังกล่าวทราบว่าตนและเพื่อนบ้านจะเป็นเจ้าภาพจัดงานอุปสมบท ได้มาเสนอว่าจะเป็นธุระในการจัดหาเนื้อหมูสดมาให้ หากคิดเป็นตัวกิโลกรัมละ 50 บาท ขณะที่พ่อค้าทั่วไปกิโลกรัมละ 70 บาท หรือหากคิดเป็นเนื้อชำแหละกิโลกรัมละ 120 บาท ขณะที่ตามสดทั่วไปกิโลกรัมละ 140 บาท ตนกับเพื่อนบ้านเห็นว่าราคาถูก จึงตัดสินใจทำสัญญาซื้อขาย และด้วยความเชื่อใจจึงจ่ายเงินให้หมดดังกล่าว สำหรับสัญญาของตนระบุจะนำเนื้อมาส่งวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเตรียมงาน ขณะที่บางเจ้าภาพจะนำมาส่งเมื่อวานนี้คือวันที่ 8 ก.พ.และบางเจ้าภาพจะนำมาส่งวันงานตอนเช้าคือวันที่ 9 ก.พ. แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย พ่อค้าเนื้อหมูไม่นำเนื้อหมูมาส่งตามสัญญา เมื่อวันที่ 7 ก.พ.จึงได้โทรศัพท์ทวงถามพ่อค้าคนดังกล่าว ก็อ้างว่ารถประสบอุบัติ พอจะไปรับเนื้อหมูมาเองและไปสอบถามที่บ้านก็ไม่พบ คนในหมู่บ้านอ้างว่าไม่เห็นเข้าบ้านนานนับเดือนแล้ว เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าว จึงรู้ว่าถูกพ่อค้าเนื้อหมูหลอกพร้อมกับเชิดเงินหนีไปก็แทบช็อค โดยเฉพาะพ่อของตนที่รู้ว่าถูกหลอกสูญเงินไป 80,000 บาท ถึงกับเป็นลมหมดสติ รู้สึกตัวขึ้นมาก็เป็นอัมพาต เพราะเสียใจมาก


ด้านนายวิทยา บุญตาโลก นายก อบต.คลองขาม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ต.คลองขาม กล่าวว่า หลังได้รับการร้องเรียนจากเจ้าภาพงานบวชว่าถูกพ่อค้าขายเนื้อหมูหลอก ก็แนะนำให้ผู้เสียหายเตรียมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความติดตามตัวดำเนินคดีกับพ่อค้าคนดังกล่าว
“สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียใจให้กับเจ้าภาพงานบวชเป็นอย่างมาก จากที่จะมีความสุขอิ่มเอิบใจที่ได้จัดงานบวช อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้บรรพบุรุษตามประเพณี ญาติพี่น้องก็จะได้อานิสงส์ผลบุญจากการมาร่วมทำบุญ แต่กลับเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้ทางเจ้าภาพต้องวิ่งเต้นหาหยิบยืมเงินมาญาติพี่น้อง เพื่อสำรองเป็นค่าใช้จ่ายด้านอาหารรับรอง โดยต้องตะเวนหาซื้อเนื้อกิโลในพื้นที่มาทำประกอบอาหาร และต้องเสิร์ฟส้มตำ รวมทั้งอาหารพื้นบ้านพอแก้ขัด แทนอาหารจากเนื้อหมู แขกที่จะมาร่วมอนุโมทนาก็น้อยลงเพราะอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เจ้าภาพเกิดความเสียหาย จึงแนะนำเจ้าภาพงานบวชผู้เสียหายทั้ง 4 รายเตรียมหลักฐาน เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ยางตลาด ให้ติดตามตัวพ่อค้าหมูคนดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

แสดงความคิดเห็น